โตโตโร่เพื่อนรัก

โตโตโร่เพื่อนรัก (ญี่ปุ่น: となりのトトロ Tonari no Totoro โทนาริ โน โต๊ะโตะโระ) (อังกฤษ: My Neighbor Totoro) เป็นอะนิเมะที่ได้รับความนิยมอย่างสูงเรื่องหนึ่ง ของผู้กำกับฮายาโอะ มิยาซากิ ภายใต้การผลิตของสตูดิโอจิบลิ (Studio Ghibli) ค่ายผลิตภาพยนตร์การ์ตูนคุณภาพของโลกค่ายหนึ่งในประเทศญี่ปุ่น มีเนื้อเรื่องเกี่ยวกับชีวิตคนญี่ปุ่นในยุคราว พ.ศ. 2499 (ค.ศ. 1956)
เรื่องเริ่มต้นที่เด็กผู้หญิงสองคน ซัทซึกิ และ เม ย้ายมาอยู่บ้านใหม่ในแถบชนบทกับพ่อ เพื่อที่จะให้ใกล้กับโรงพยาบาลที่แม่ของพวกเธอนอนรักษาตัวอยู่ ซัทซึเกะและเมได้ค้นพบว่า

ในป่าข้างบ้านมีโตโตโร่ สัตว์วิเศษผู้พิทักษ์ป่าอาศัยอยู่ และต่อมาได้กลายเป็นเพื่อนกัน และเรื่องราวมหัศจรรย์สนุก ๆ ก็ได้เกิดขึ้นมากมาย
เนื้อหาของเรื่อง โทโทโร่เพื่อนรัก สอนให้เด็กมีความรับผิดชอบ ขยันขันแข็ง และรักธรรมชาติ สร้างจินตนาการ
ชื่อ “โตโตโร่” ที่ เม ตั้งขึ้นนั้น เป็นความบังเอิญที่เธอออกเสียงเพี้ยนไปจากคำว่า “โทะโระรุ” ซึ่งเป็นคำเรียกทับศัพท์ของคำว่า Troll ในภาษาญี่ปุ่น ซึ่ง เม เคยเห็นในหนังสือนิทาน เรื่อง “Three Billy Goats Gruff” ที่เธอคิดว่าเป็นสิ่งเดียวกัน ก็เลยตั้งชื่อตามนั้น
ตัวโตโตโร่ตัวใหญ่ ยังเป็นสัตว์สัญลักษณ์ของ สตูดิโอจิบลิ ด้วย
รถบัสแมว “บาเกะ เนโกะ” มาจากความเชื่อของชาวญี่ปุ่นที่ว่า เมื่อแมวเติบโตขึ้น มันจะมีพลังเวทมนตร์ในการแปลงร่างเพิ่มขึ้นด้วย ซึ่งเรียกว่า “บาเกะ เนโกะ” รถบัสแมวก็คือ “บาเกะ เนโกะ” ตัวที่มองเห็นรถบัสแล้วก็เลยอยากเป็นรถบัส นอกจากเรื่องนี้แล้ว “บาเกะ เนโกะ” ยังถูกกล่าวถึงในการ์ตูนเรื่องอื่นๆของสตูดิโอจิบลิด้วย
แม่ของซัทซึกิและเมนั้นเป็นโรคกระดูกสันหลังอักเสบเนื่องมาจากวัณโรคซึ่งเป็นโรคเดียวกับที่แม่ของมิยาซากิในชีวิตจริง
ซัทซึกิและเมนั้นเกิดในเดือนพฤษภาคมด้วยกันทั้งคู่ ชื่อ “ซัทซึกิ” เป็นภาษาญี่ปุ่นโบราณที่ใช้เรียกเดือนนี้ เช่นเดียวกับ “เม” ที่เป็นคำพ้องเสียงของ May ในภาษาอังกฤษ
คำว่า “มักคุโระคุโระสุเกะ” ที่เด็กๆร้องเป็นเพลงในเรื่องนั้นมีหมายความว่า “เจ้าดำเอ๋ย”
เมื่อไม่นานมานี้ลูกสาวของนักบินอวกาศคนหนึ่งของญี่ปุ่นส่งเสียงเพลง “Sanpo” (แปลว่าเดินเล่น) ซึ่งเป็นเพลงเปิดเรื่องของโทโทโร่เพื่อนรัก ขึ้นไปปลุกคุณพ่อที่กำลังปฏิบัติงานอยู่บนสถานีอวกาศ
มีคนเคยถามว่ามิยาซากิจะทำภาคต่อของโทโทโร่เพื่อนรักหรือไม่ คำตอบที่ได้คือ “ไม่” เพราะ Totoro เป็นเพียงสิ่งที่อยู่ในจินตนาการของเด็กทั้ง 2 คนเพื่อชดเชยกับการต้องอยู่ห่างแม่เท่านั้น ในช่วงเครดิตท้ายเรื่องของหนังเมื่อ แม่ของทั้งคู่สามารถกลับมารักษาตัวที่บ้านได้ก็ไม่ได้มีตัวโต๊ะโตะโระปรากฏขึ้นมาอีกเลย แต่จนแล้วจนรอดมิยาซากิก็ทำ “ภาคต่อ” ของโทโทโร่เพื่อนรักจนได้ หากแต่อยู่ในรูปของ ภาพยนตร์อะนิเมะชั่นขนาดสั้น ในชื่อ “เมกับรถบัสแมว” แต่หนังเรื่องนี้มีฉายให้ดูเฉพาะที่พิพิธภัณฑ์จิบลิเท่านั้น
ความเชื่อ
ความเชื่อที่1 โตโตโร่นั้น เป็นจินตนาการที่ซัทสึกิและเมย์ สร้างขึ้นมา
ความเชื่อที่2 หลายคนเชื่อว่าโตโตโร่นั้นเป็นตัวแทนของความตาย (หรือยมทูต)ชื่อเรื่อง โทนาริ โน โตโตโร่ นั้นก็อาจมีความหมายว่า “ความตายอยู่ใกล้ๆตัวเรา” โดยคนที่มองเห็นโตโตโร่คือคนที่กำลังจะใกล้ตายนั่นเอง ทั้งพ่อ คุณยาย คันตะ แม้แต่คนอื่นๆล้วนมองไม่เห็น เพราะยังไม่ใกล้ตาย จดหมายที่ทางโรงพยาบาลส่งมาที่บอกว่าแม่จะได้กลับบ้าน นั่นคือการกลับบ้านครั้งสุดท้ายก่อนตาย และฉากที่เมย์หายตัวไปแล้วเจอรองเท้าอยู่ในบ่อน้ำนั้น หลายคนเชื่อว่านั่นคือรองเท้าของเมย์ และเมย์ได้ตายอยู่ในบ่อน้ำแล้ว ซัทสึกิทำหน้าตกใจ ก่อนที่จะบอกว่านั่นไม่ใช่รองเท้าของเมย์ เพื่อไม่ให้คุณยายเป็นกังวล แต่ก็ได้ไปขอร้องโตโตโร่ ซึ่งก็คือทูตแห่งความตาย เพื่อให้ไดเพบกับเมย์อีกครั้ง โดยขึ้นบาเกะเนโกะ ซึ่งก็คือภาหนะที่เชื่อมระหว่างโลกความเป็นอยู่กับโลกแห่งความตาย หลังจากนั้นสังเกตได้ว่า ซัทสึกิกับเมย์ จะไม่มีเงา ข้าวโพดที่วางไว้ข้างหน้าต่าง แต่ไม่ได้เอาไปให้ด้วยตัวเอง นั่นก็แสดงว่า ทั้งสอง ไม่ได้อยู่บนโลกนี้แล้วจึงไปหาไม่ได้ และยังมีคนบอกอีกว่า “มัคคุโรคุโรสึเกะ”นั่นคือวิญญาณของเด็กที่โตโตโร่ไปฆ่านั่นเอง
แต่ช้าก่อน เรา ได้ลองสังเกตดูแล้วว่ารองเท้าที่เมย์ใส่ออกจากบ้าน กับรองเท้าในหนองน้ำเแป็นคนละคู่กันจริงๆและทางสตูดิโอ จิบลิยังออกมาบอกว่า ที่ช่วงท้าย เด็กทั้งสองไม่มีเงา เป็นเพราะทางสตูดิโอจะเร่งการผลิต จึงได้ตัดรายละเอียดส่วนนี้ไป
ความเชื่อที่3 บางคนเชื่อว่าเรื่องโตโตโร่นี้ มีที่มาจากคดีฆ่าข่มขืนมี่เกิดขึ้นที่ภูเขาซายามะ เมื่องไซตามะ 1 พฤษภาคม 1963 โดยสถานที่และวันเวลาที่เกิดคดีนี้ ใกล้เคียงกับในเรื่องโตโตโร่ เด็กหญิงผู้เคราห์ร้ายได้หายออกจากบ้านไป ทำให้พี่สาวกับคนในหมู่บ้านช่วยกันตาหา แต่เรื่องไม่ได้จบแบบแฮปปี้เอนดิ้ง ศพของเด็กหญิงได้ถูกพบในสภาพเละเทะที่หนองน้ำ พี่สาวที่เป็นผู้มาดูศพ เสียใจและช็อกมากจนเพ้อไปว่า “เห็นวิญญาณแมว”บ้าง”เห็นทานูกิยักษ์”บ้าง ทำให้หลายคนชื่อว่านนี้เป็นต้นกำเหนิดของ”บาเกะเนโกะ” และ “โตโตโร่”
นอกจากนั้น โรงพยาบาล”ชิฉิโกคุเบียวอิน”ในเรื่องยังเป็นสถานที่ๆมีอยู่จริง และตั้งอยู่ที่ภูเขาซายามะด้วย แต่เป็นโรงพยาบาลของผู้ที่กำลังจะตายเท่านั้นที่จะถูกส่งไปอยู่ ทำให้มีคนเชื่อว่าแม่ของซัทสึกิกับเมย์ กำลังจะตาย(หรือตายไปแล้ว)เหมือนในความเชื่อที่สอง
แต่ทางสตูดิโอจิบลิก็ได้ออกมาปฏิเสทเรื่องนี้ ในวันที่ 1 พฤษภาคม 2007 44ปีหลังจากเหตุการณ์นั้นพอดี ทำให้หลายคนยังสงสัยในความบังเอิญนี้อยู่
ความเชื่อที่4 ท้งเมย์และซัทสึกิไม่มีตัวตนอยู่ต้งแต่แรก หรืออาจเป็น ลูกที่ตายไปแล้วของพ่อ และแม่ที่ป่วยหนักใกล้ตาย แต่คุณพ่อที่ทำงานเป็นนักเขียนไปด้วยนั้น ยังจินตนาการว่า หากลูกยังมีชีวิตอยู่ และได้พบเรืองราวต่างๆ จะเป็นแบบใหน โดยฉากหลังจกที่เมย์ และซัทสึกินำข้าวโพดมาให้ (หลายคนที่เชื่อความคิดนี้ บอกว่าที่จริงพ่อเป็นคนเอามาเอง) แม่พูดว่า “ดูราวกับซัทสึกิกับเมย์ ส่งยิ้มให้จากยอดไม้ตรงโน้นเลย” นั่นดูเหมือนคำพูดรำพึงถึงสิ่งที่ไม่มีอยู่ หรือไม่มีอยู่อีกแล้ว
อันนี้ทางสตูดิโอ้ ยังมิได้ให้ความเห็น แต่ดูจากคุณพ่อแล้ว ฮีก็ดูหลุดๆอยู่เหมือนกัน อีกอย่างที่สงสัยคือ พ่อแม่ผมดำไหวลูกสองคนผมสีน้ำตาล

โตโตโร่เพื่อนรัก

Posted in movie Tagged with:

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

*