เทรนด์การตลาด ปี 2020 เผยแนวโน้มการตลาดล่าสุด

เทรนด์การตลาด ปี 2020 เผยแนวโน้มการตลาดล่าสุด พบกลยุทธ์มัดใจผู้บริโภคยุคใหม่ที่พร้อมเปลี่ยนใจตลอดเวลา
เข็มวินาที เปลี่ยนไวแล้ว พฤติกรรมผู้บริโภคเปลี่ยนไวกว่า

เรามาดูกันว่า พฤติกรรมของผู้บริโภคที่เปลี่ยนไปจะเปลี่ยนการตลาดในเอเชียในยุค 2020 อย่างไร

จากรายงานเทรนด์การตลาดแห่งเอเชีย ประจำปี 2020 โดยสหพันธ์การตลาดแห่งเอเชีย Asia Marketing Federation (AMF) และสมาคมการตลาดแห่งประเทศไทย พบการตลาดที่เป็นที่สุดของที่สุดในตลาดเอเชีย 10 เทรนด์ ได้แก่

 

marketing online Voice Search Optimization ค้นหาด้วยเสียงที่รู้ภาษาคนมากขึ้น
ผู้บริโภคเป็นคนขี้เกียจและต้องการความสะดวกสบายที่รวดเร็วทันใจจากเทคโนโลยี

และเทคโนโลยีในวันนี้ได้พัฒนาให้ AI อัปเกรดความฉลาดของตัวเองอย่างต่อเนื่อง และเข้าใจภาษาคนมากยิ่งขึ้น

เมื่อความขี้เกียจกับการฟังภาษาคนรู้เรื่องกว่าเดิมของ AI ทำให้เทรนด์การค้นหาด้วยเสียงเป็นหนึ่งเทรนด์ที่มาแรงในยุคนี้ และในอนาคตอันใกล้การค้นหาด้วยเสียงจะกลายเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตที่ขาดไม่ได้ของผู้บริโภคเอเชียอย่างแน่นอน

เห็นได้จากบริษัทยักษ์ใหญ่หลายรายที่มีการปรับปรุงและเปิดตัวบริการสั่งงานด้วยเสียงออกมาให้บริการผู้บริโภคอยู่เสมอ เช่น ระบบสั่งการด้วยเสียงใน Apple Smartphone, ระบบให้ความช่วยเหลือผ่านการสั่งการด้วยเสียงของ Amazon และอุปกรณ์สมาร์ทโฮม Xiaomi ของจีนที่สามารถควบคุมด้วยเสียง

 

สินค้าและบริการแบบ Hyper-Personalization ประสบการณ์เฉพาะสำหรับคุณ
พัฒนาการด้านเทคโนโลยีที่เกี่ยวเนื่องกับ Big Data และ AI สร้างโอกาสให้นักการตลาดสามารถสร้างประสบการณ์เฉพาะแบบรายบุคคล ให้ตรงความต้องการของผู้บริโภคมากยิ่งขึ้น

แต่การจะพัฒนาให้ทันความคาดหวังของผู้บริโภคให้ได้นั้น นักการตลาดต้องก้าวสู่โลกของการตลาดแบบ Hyper-Personalization Marketing ซึ่งผสานข้อมูลอันหลากหลายแบบมีการใช้ Data Science และ predictive analytics ในการวิเคราะห์และคาดเดาพฤติกรรมผู้บริโภค ทำการตลาดที่สอดคล้องร่วมมือเป็นหนึ่งเดียวกัน ทั้งภายในองค์กร และ ภายนอกองค์กร กับคู่ค้าและพันธมิตรทางธุรกิจ เพื่อส่งมอบประสบการณ์ที่ดียิ่งขึ้นให้แก่ลูกค้า

Hyper-Personalization เป็นกลยุทธ์การตลาดที่แบรนด์จะต้องลงทุนเพื่อตอบสนองความคาดหวังที่เพิ่มขึ้นของลูกค้าเมื่อซื้อผลิตภัณฑ์และบริการ พวกเขาต้องการประสบการณ์ที่รู้ใจและเหมาะกับตัวเขาที่สุด ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดคือ เรื่องของกลุ่มเครื่องสำอาง ที่ในปัจจุบันไม่สามารถเหมารวมเรื่องความงามเป็นแบบเดียวได้อีกต่อไป แต่ต้องคำนึงถึงความงามที่หลากหลายและแตกต่าง ทั้งเรื่องของสีผิวและรูปร่าง ของผู้บริโภคแต่ละบุคคล

 

Moment-based Marketing: มอบสิ่งที่ใช่ ในเวลาที่ใช่
การใช้ประโยชน์จาก Micro Moments หรือ เสี้ยวเวลาเล็กๆ ในการใช้ชีวิตประจำวันของผู้บริโภคเป็นสิ่งสำคัญที่แบรนด์สามารถจะนำเสนอคุณค่าบางอย่าง ‘ที่เฉพาะเจาะจง’ กับช่วงเวลานั้นๆ ให้แก่ลูกค้าได้

ในปัจจุบันขั้นตอนการตัดสินใจซื้อสินค้าสักชิ้นของลูกค้าไม่ได้เรียบง่ายเป็นเส้นตรงเหมือนเดิมอีกต่อไป แต่มีรูปแบบอื่นๆ อีกมากมายที่แบรนด์ต้องเรียนรู้และปรับตัวเพื่อให้แบรนด์เข้าไปอยู่ในโมเมนต์ที่ใช่ของผู้บริโภคมากที่สุด

ดังนั้น นักการตลาดจึงต้องพาแบรนด์เข้าไปอยู่ใน Micro Moment ของกลุ่มเป้าหมายให้ได้ โดยสร้างความเชื่อมโยงระหว่างแบรนด์และกลุ่มเป้าหมายในช่วงเวลาต่างๆ ผ่านการออกแบบการสื่อสารการตลาดและคอนเทนต์ต่างๆ ที่จะเข้าไปมีบทบาทช่วยเหลือเขาอย่างเหมาะสม ในเวลาที่เหมาะสม

เช่น การโพสต์ที่สามารถสั่งซื้อสินค้าได้เลย เป็นรูปแบบใหม่ที่ย่อกระบวนการ จากการรับรู้ สู่การซื้อสินค้าและบริการของผู้บริโภค ให้การตัดสินใจนั้นสั้นและกระชับมากกว่าเดิม

 

การเติบโตของ Video Search Optimization จะมาแทนที่ SEO แบบเดิมๆ
ผู้บริโภคนิยมใช้สื่อวิดีโอในการเรียนรู้เกี่ยวกับสินค้าและบริการใหม่ๆ

ด้วยเทคโนโลยี Video Search Optimization เพิ่มขึ้น ทำให้การขายในปัจจุบันง่ายกว่าที่เคย เพราะเมื่อผู้บริโภคเลือกเข้าไปดูวิดีโอ พวกเขาสามารถทำการค้นหาสินค้าและบริการโดยเพียงแค่แตะที่วัตถุในวิดีโอแล้วทำการซื้อได้เลยโดยไม่ต้องออกจากหน้าวิดีโอนั้นๆ

นอกเหนือจากนี้ เทรนด์การหาข้อมูลผ่านวิดีโอสตรีมมิ่งและการหาด้วยเสียงนั้นเติบโตขึ้นเรื่อยๆ และเป็นที่ชื่นชอบและสามารถโต้ตอบกับผู้บริโภคได้มากกว่าจากการอ่านข้อมูลที่พิมพ์ไว้สำหรับการอ่าน

จึงเป็นสิ่งสำคัญที่นักการตลาดควรจะสร้างสรรค์เนื้อหาแบบ visual มากขึ้น ที่ส่งผลกับการพฤติกรรมการตัดสินใจของผู้บริโภค ไม่ว่าจะเป็นการให้ข้อมูลแบบ Data Visualization, อินโฟกราฟฟิกที่น่าสนใจ, ภาพและเนื้อเรื่องที่ส่งผลต่ออารมณ์และความชื่นชอบในทุกช่องทางของการสื่อสารการตลาดและแบรนด์สินค้า

Nano Food Printing: นวัตกรรมเครื่องพิมพ์อาหารนาโน สามารถปรับแต่งอาหารและโภชนาการให้เหมาะสมตอบโจทย์สุขภาพของรายบุคคล
การก้าวเข้ามาของนาโนเทคโนโลยี ได้เกิดนวัตกรรมใหม่ๆ ที่สามารถปรับแต่งอาหารและโภชนาการให้ตอบโจทย์สุขภาพของเราได้เป็นรายบุคคล

นวัตกรรมนาโนเทคโนโลยี จะเปิดศักยภาพใหม่และความเป็นไปได้ใหม่ๆ ในการแปรรูปอาหาร ไม่ใช่แค่เรื่องการวิเคราะห์และสร้างสรรค์สร้างอาหารและโภชนาการที่ร่างกายคนต้องการ เพิ่มเอนไซม์ที่เป็นประโยชน์ที่ร่างกายต้องการให้มีประสิทธิภาพสูงขึ้น มีอายุยืนยาวขึ้น และประหยัดค่าใช้จ่ายขึ้น แต่ยังรวมถึงการหลีกเลี่ยงเชื้อโรคและส่วนประกอบทางเคมีอื่นๆ ที่ไม่เหมาะสมกับผู้บริโภคอีกด้วย

 

Space Technology Revolutionary: ความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีที่มาจากการสื่อสารทางแสงแบบไร้สายจากดาวเทียมที่จะมาแทนสายเคเบิลใยแก้วแบบเดิมๆ
เมื่อเทคโนโลยีอวกาศนั้นมีการเข้าถึงได้ง่าย โอกาสทางการค้าก็มีมากขึ้นเช่นกัน

บริษัท tech-startup และผู้ลงทุนเริ่มมองเห็นศักยภาพในการมีโดเมนนอกโลก และการพัฒนาดาวเทียมวงโคจรต่ำเพื่อใช้ในการสื่อสารที่ใช้ดาวเทียมหลายดวงในลักษณะหมู่ดาว (Constellation) จะช่วยสร้างการเชื่อมต่อครอบคลุมทั่วโลกและด้วยต้นทุนที่ต่ำกว่ามาก แม้จะมีความท้าทายเกี่ยวกับนโยบายทางการเมืองจากประเทศต่างๆ แต่ประโยชน์ที่เทคโนโลยีอวกาศสามารถนำมาใช้นั้นมีความน่าสนใจมาก

เมื่อเทคโนโลยีเลเซอร์ความเร็วสูงในอวกาศมาแทนที่เส้นใยเคเบิลใต้มหาสมุทรก็จะช่วยให้การเข้าถึงอินเทอร์เน็ตและการเชื่อมต่อไร้ขีดจำกัดทั่วโลก ผู้บริโภคในยุค 2020 จะสามารถสัมผัสกับเทคโนโลยีอัจฉริยะได้อย่างราบรื่นยิ่งขึ้นโดยไม่มีข้อจำกัดทางภูมิศาสตร์ และความก้าวหน้าในด้านต่างๆ เช่น ระบบอัตโนมัติของรถยนต์ที่ขับเคลื่อนด้วยตนเอง เป็นต้น

 

การมาถึงของเทคโนโลยี 5G และ bandwidth ขนาดใหญ่: ความเร็วและแรงที่จะเกิดขึ้นจริงในโลกการสื่อสาร
ระบบ 5G และ bandwidth ขนาดใหญ่จะช่วยเสริมศักยภาพของการตลาดในอนาคต โดยเฉพาะในเรื่องของ personalized marketing strategies หรือกลยุทธ์การตลาดระดับบุคคล เพราะความเร็วของเทคโนโลยีนี้จะช่วยเรื่องการส่งต่อของข้อมูลให้ลื่นไหล และการทำการตลาด content marketing จะน่าสนใจมากยิ่งขึ้น

และเมื่อเทคโนโลยี AI ที่ใช้งานผ่านอินเทอร์เน็ตมีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง โลกจะยิ่งมีการเชื่อมต่อในระดับที่สูงขึ้นมาก ดังนั้น เราจะได้เห็นพัฒนาการขั้นสูงของแชตบอต และการสื่อสารในรูปแบบใหม่ๆ ที่ง่ายต่อการใช้งาน

และระบบ 5G จะมาเปลี่ยนโลกการสื่อสาร หรือเทคโนโลยีโทรศัพท์มือถือเดิมๆ ที่เราเคยรู้จักให้ก้าวไกลไปอีกขั้น

 

Holographic Technology & Imagining Technology: เมื่อโลกแห่งจินตนาการกลายเป็นเรื่องจริง
เทคโนโลยี 5G จะช่วยทำให้ Holographic Technology & Imagining Technology กลายเป็นเครื่องมือทางเลือกที่มาแทนที่จอโทรทัศน์ที่เป็นภาพ 2 มิติ สำหรับโลกบันเทิงและการสื่อสารในอนาคต

อีกไม่ช้าเราจะได้เห็นผลิตภัณฑ์ 3D โฮโลแกรมที่ได้รับแรงบันดาลใจจากภาพยนตร์สตาร์วอร์ออกสู่ท้องตลาดมากมาย ความเป็นไปได้ของธุรกิจนี้จะขยายไปอีกมากจากการเติบโตของเทคโนโลยี เช่น โทรทัศน์สามมิติสำหรับความบันเทิง และเกมโฮโลแกรม

สำหรับสมาร์ทโฟน 5G ความเร็วสูง ผู้บริโภคจะได้เปิดประสบการณ์การชมภาพยนตร์ในรูปแบบโฮโลแกรมเสมือนจริงที่จะมาเปลี่ยนรูปแบบความบันเทิงที่คุ้นเคย ไม่ว่าจะเป็นการย้อนกลับไปสัมผัสกับประสบการณ์ที่ผ่านมาในอดีต การดูคอนเสิร์ตเก่าของศิลปินอมตะในอดีต เป็นต้น

เทรนด์การตลาด
Co-working Space: ไม่ใช่แค่การแบ่งปันสถานที่อีกต่อไป แต่รูปแบบธุรกิจใหม่คือการแบ่งปันทรัพยากรและความเชี่ยวชาญ
การแบ่งปันพื้นที่ทำงานร่วมกันนั้นเป็นที่นิยมในหมู่ผู้ประกอบการและผู้เริ่มธุรกิจมาสักพักหนึ่งแล้ว และเทรนด์นี้ยังนำไปสู่แนวคิดเศรษฐกิจแบบ Sharing Economy ที่มีการแบ่งปันทั้งทรัพยากรและองค์ความรู้ ความเชี่ยวชาญ เพราะสิ่งเหล่านี้ช่วยลดต้นทุนโดยรวม ซึ่งการดำเนินงานและรูปแบบธุรกิจดังกล่าวเป็นที่นิยมในหมู่ผู้ประกอบการรุ่นใหม่และบริษัทขนาดเล็กที่เพิ่งเริ่มต้นเป็นอย่างมาก

แนวคิดสถานที่ทำงานร่วมกันแบบเปิด แบบที่เรียกว่า Co-working space ยังช่วยส่งเสริมการสนทนาและการทำงานร่วมกันอย่างสร้างสรรค์ให้ผู้คนสามารถแบ่งปันความคิดอย่างเปิดเผยและพัฒนาโอกาสทางธุรกิจ

 

Travel intentions for social causes: เทรนด์การท่องเที่ยวเพื่อสังคม
โครงสร้างทางสังคมยุคนี้เอื้อให้เราสามารถเดินทางได้ง่ายขึ้นด้วยค่าใช้จ่ายที่น้อยลง

ดังนั้น เราจึงเห็นความเติบโตของเทรนด์การเดินทางรูปแบบใหม่เพื่อช่วยเหลือสังคม และวิธีการท่องเที่ยวก็จะช่วยเติมเต็มความต้องการส่วนตัวของผู้เดินทาง ส่วนหนึ่งมาจากความตั้งใจทำให้ทริปแต่ละทริปมีความหมายยิ่งขึ้น เพื่อเป็นแรงบันดาลใจในการเติมเต็มเป้าหมายให้แก่ชีวิตของตนเองผ่านการให้การช่วยงานสาธารณประโยชน์ และคืนสิ่งดีๆ กลับสู่สังคมนอกเหนือชุมชนที่พวกเขาพักอาศัยอยู่เท่านั้น

เทรนด์การตลาด ปี 2020 ที่ผ่านมา เป็นอย่างไรบ้าง ?

โลกหมุนเร็วขึ้นทุกวัน ทำให้เทรนด์ต่าง ๆ เปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะเทรนด์การตลาด 2020 ที่ต้องนำกลยุทธ์มากมาย มาปรับใช้ให้เข้ากับสถานการณ์ในปัจจุบัน ดังนั้นผู้ประกอบการจึงจำเป็นต้องหูตาไว และต้องให้ความสนใจกับกระแสต่าง ๆ เหล่านี้ เพื่อจะได้นำมาปรับกับธุรกิจของตัวเองให้เติบโตและอยู่รอด

แต่แล้วก็เกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งยิ่งใหญ่ เมื่อธุรกิจมากมายต้องประสบกับปัญหาสถานการณ์ COVID-19 ที่นอกจากจะกระทบกับเศรษฐกิจจนฉุดตัวเลข GDP ร่วงลงทั่วโลกแล้ว ก็ได้ทำให้พฤติกรรมการใช้ชีวิต การซื้อสินค้าและการเสพสื่อของผู้บริโภคเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง ต้องกักตัวอยู่บ้าน จากการออกไปทำงานข้างนอกก็ต้อง Work From Home เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของไวรัส COVID-19

›     จากการเกิดขึ้นของไวรัส COVID-19 เมื่อพฤติกรรมผู้บริโภคได้เปลี่ยนไป แล้วเทรนด์ Digital Marketing ในปี 2020 ที่ผ่านมานี้ มีผลกระทบหรือการเปลี่ยนแปลงอย่างไรบ้าง เทรนด์ไหนรอด เทรนด์ไหนร่วง Cotactic ได้รวบรวม 5 เทรนด์ของ Digital Marketing 2020 หลังประสบกับปัญหา COVID-19 มาให้คุณได้รับรู้กัน เพื่อให้คุณได้เข้าใจ เตรียมตัว และปรับแผนเพื่อรับมือกับความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นผ่านบทความนี้

1. ความนิยมที่เพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ จากคอนเทนต์แบบ Share Story

Story เป็นเรื่องราวที่คุณอยากจะแชร์ในระยะเวลาสั้น ๆ และหายไปใน 24 ชั่วโมง อย่างที่เราเห็นกันใน Social Media อย่าง Facebook หรือ Instagram ซึ่งทุกวันนี้ คนส่วนใหญ่ให้ความสนใจอยู่กับสิ่งใดสิ่งหนึ่งสั้นลง และความสนใจต่อข้อมูลข่าวสารต่าง ๆ ก็เปลี่ยนไปตลอดเวลา นี่จึงเป็นเหตุผลที่ว่าทำไมคอนเทนต์อย่าง Story ถึงเป็นที่นิยม เพราะว่ามันสั้น กระชับ น่าสนใจ ถึงขนาดบางคนใช้เวลาดู Story ต่อเนื่องกันได้เป็นชั่วโมง ๆ

และด้วยผลกระทบจากสถานการณ์ COVID-19 ที่ทำให้คนส่วนใหญ่ต้องกักตัวอยู่บ้าน ไม่สามารถออกไปเดินตลาด เดินห้าง หรือช้อปปิ้งได้เหมือนอย่างก่อนแล้ว จึงทำให้คนส่วนใหญ่ใช้เวลาว่างในการเล่นโซเชียลเป็นหลัก อัพเดท Story ต่าง ๆ ที่ทำในชีวิตประจำวัน และยังมีธุรกิจหน้าใหม่เกิดขึ้นมากมาย ซึ่งบางธุรกิจก็ได้เข้ามาใช้การ Share Story นี้ในการคิดคอนเทนต์ ขายสินค้า รวมถึงเทรนด์การตลาดต่าง ๆ เพราะเป็นช่องทางที่สามารถช่วยโปรโมทสินค้า และเข้าถึงผู้บริโภคได้มากที่สุด

อีกทั้งยังมีสติกเกอร์ “Stay Home หรือ อยู่บ้าน” เป็นของเล่นใหม่ที่ Instagram ได้มอบให้กับผู้ใช่งานในช่วงสถานการณ์ COVID-19 เพื่อให้ผู้ใช้ได้ตระหนักถึงการสร้างระยะห่างทางสังคม (Social Distancing) โดยผู้ใช้สามารถติดสติกเกอร์ดังกล่าวลงบน Story ของตัวเองได้ และระบบจะรวบรวม Story ชิ้นใหม่ที่มีชื่อ ‘Stay Home’ ไว้ให้ หากเพื่อนๆ ที่คุณกำลังติดตามอยู่นั้นใช้สติกเกอร์นี้ใน Story ซึ่งมันจะทำให้คุณรู้ได้ว่าเพื่อน ๆ ของคุณทำอะไรอยู่ที่บ้านกันบ้าง นับเป็นไอเดียสนุก ๆ ที่เล่นกันง่าย

2. ความไปได้สูงของ Social ที่เน้นกลุ่มเป้าหมายแบบเฉพาะกลุ่ม

จากที่ Facebook กับ Instagram ได้ครองโลก Social มานานหลายปี แต่ล่าสุดได้มี Social Media ใหม่ ๆ เกิดขึ้นมากมาย โดยฟีเจอร์ที่มาแรงแซงโค้งในปีนี้ คงหนีไม่พ้น Tik Tok ที่ได้เปิดตัวในปี 2016 และกำลังเป็นที่นิยมอย่างรวดเร็วในกลุ่มวัยรุ่น

ซึ่งจากสถานการณ์การแพร่ระบาดไวรัส COVID-19 ส่งผลให้กราฟของผู้ใช้งาน Social Media จาก 1 มกราคา – 31 มีนาคม 2020 มียอดเพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัด โดยเฉพาะ Twitter ที่ก้าวกระโดดในช่วงไตรมาสที่ใหญ่ที่สุดในบรรดาแพลตฟอร์มมากถึง 47 ล้านคนเมื่อเทียบกับเดือนมกราคม 2563 ซึ่งเพิ่มขึ้น 14% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อน จากกราฟ Digital 2020 Global Digital Overview โดย WeAreSocial x Hootsuite และคาดว่าเทรนด์นี้จะอยู่ไปอีกนานหลายปี

3. Food Delivery ที่เติบโตแบบก้าวกระโดด

“Delivery” เป็นกลยุทธ์แรกที่ทุกแบรนด์และเกือบทุกร้านหยิบมาใช้ เพราะนอกจากจะสามารถแก้ปัญหาเรื่องการปิดสาขาตามห้างต่าง ๆ หรือการบริการที่ให้ลูกค้าซื้อกลับบ้านเท่านั้นแล้ว ยังตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของคนยุคนี้ที่ชอบความสะดวกสบายได้เป็นอย่างดี นี่จึงเป็นเหตุผลที่ทำให้ Food Delivery เริ่มได้รับความนิยมมากขึ้นเรื่อย ๆ ในสังคมไทย

จนกระทั่งเกิดสถานการณ์การแพร่ระบาดไวรัส COVID-19 ทำให้รัฐออกมาตรการควบคุมการระบาด มีจุดคัดกรอง เฝ้าระวังติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดและต่อเนื่อง โดยขอความร่วมมือให้ประชาชนอยู่บ้านเป็นหลัก ลดกิจกรรมที่ทำให้เกิดการรวมกันของคนจำนวนมาก เพื่อไม่ให้การแพร่ระบาดขยายไปในวงกว้าง

ซึ่งจากมาตรการดังกล่าว ทำให้ร้านอาหารไม่สามารถให้บริการภายในร้านได้ เหลือไว้เพียงบริการซื้ออาหารกลับบ้าน และส่งอาหารถึงบ้านเท่านั้น ธุรกิจร้านอาหารที่มีการให้บริการส่งอาหารแบบ Food Delivery จึงมีความได้เปรียบ โดยที่มียอดสั่งอาหารเพิ่มมากขึ้นแบบก้าวกระโดดจากที่ Google Trend และธนาคารแห่งประเทศไทยได้ประเมินกราฟไว้ประมาณ 2-3 เท่าตัว ขณะเดียวกันก็มีผู้บริโภคซื้ออาหารกลับไปทานที่บ้านเพิ่มมากขึ้นด้วย ตรงกันข้ามกับเวลาเปิดให้ใช้บริการ ที่ปกติ Food Delivery จะเปิดให้ใช้บริการ 24 ชม. แต่พอเข้าสู่สถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัส COVID-19 เลยต้องลดเวลาให้ใช้บริการลง เป็น 10.00 – 21.00 น.

ดังนั้น แม้จะผ่านพ้นสถานการณ์ COVID-19 ไปแล้ว แต่ก็กล้าฟันธงว่าเทรนด์การตลาด 2020 ของ “Food Delivery” ยังคงเป็นธุรกิจที่รุ่งแน่ ๆ เพราะ ณ วันนี้ อาหารเดลิเวอรี่ ไม่ได้แค่แก้ปัญหาช่วง COVID-19 เท่านั้น แต่ยังเป็นทางหลักทั้งในมิติการทำธุรกิจ หรือแม้แต่การดำเนินชีวิตของคนยุคใหม่ที่ต้องการกินอาหารอร่อยแต่ไม่เสียเวลารอคอย การใช้ชีวิตในบ้านเพื่อหลีกหนีมลพิษ หรือแม้แต่โรคภัย

4. Video Clip กำลังจะครองโลก

รู้หรือไม่ ว่าการค้นหาข้อมูลจาก Youtube กำลังเป็นที่นิยมรองมาจาก Google ซึ่งสิ่งนี้บ่งบอกได้ว่า การดู Video Cilp มันสำคัญมากแค่ไหน ส่งผลให้การทำคอนเทนต์แบบ Video Cilp เป็นที่นิยมมากที่สุดในปัจจุบัน และมากกว่าการทำคอนเทต์ประเภทอื่น ๆ ซะอีก ไม่ว่าจะเป็นวิดีโอสั้น ๆ อย่าง Tik Tok , Facebook , Instagram Story หรือวีดีโอยาวๆ ใน Youtube ด้วยคอนเทนต์ในรูปแบบวิดีโอที่กำลังได้รับความนิยมอย่างสูง เพราะนอกจากจะได้เรื่อง engagement แล้ว ยังทำให้ลูกค้าจดจำแบรนด์และสินค้าได้ดีขึ้นด้วย ทั้งนี้ จากรายงานของ breadnbeyond ระบุว่า

      • 78% ของผู้บริโภคดูวิดีโอออนไลน์ทุกสัปดาห์ และมีถึง 55% ที่ยอมรับว่าดูทุกวัน
      • 72% ของผู้บริโภคชอบดูข้อมูลเกี่ยวกับสินค้าและบริการต่าง ๆ ผ่านวิดีโอมากกว่าคอนเทนต์รูปแบบอื่น ๆ
      • 95% ของผู้บริโภคจดจำเนื้อหาในถึงวิดีโอได้
      • 81% ของกลุ่มธุรกิจใช้วิดีโอเป็นส่วนหนึ่งของ marketing strategy
        และเนื่องจากสถานการณ์ในปัจจุบันเกี่ยวกับโรค Covid-19 ทำให้เราทุกคนจำเป็นจะต้องอยู่บ้าน งดการออกไปพบปะผู้คน งดการใช้ชีวิตภายนอก เพื่อลดโอกาสเสี่ยงในการกระจายของโรค แต่การที่เราจะต้องกักตัวเองในบ้านเป็นเวลาหลาย ๆ วัน ก็อาจจะทำให้หลายคนรู้สึกเครียด และหาเครื่องมือในการช่วยบรรเทาความเครียดนี้ ทำให้ในช่วงของสถานการณ์ที่ผ่านมา มีกระแสของการใช้งานแอปพลิเคชั่นหนึ่งที่นิยมเป็นอย่างมาก นั่นคือ “Tik Tok” นั่นเอง

ด้วย Tik Tok ที่เป็นแอปพลิเคชั่นในการสร้างสรรค์วิดีโอสั้นๆ เน้นความสนุก ตลก ผ่อนคลายความเครียด ทำให้หลาย ๆ คนโหลดมาลองใช้ ลองอัดคลิปสนุก ๆ ระบายความเครียด รวมถึงหลาย ๆ คนก็ดาวน์โหลดมาเพื่อรับชม ช่วยผ่อนคลาย จนทำให้ Digital 2020 Global Digital Overview โดย WeAreSocial x Hootsuite ได้ออกมาสรุปยอดการดาวน์โหลดของแอพ ที่ขึ้นเป็นอันดับ 1 จากที่อยู่อันดับ 6 ของโลก

5. การพัฒนา Social Commerce ที่เพิ่มมากขึ้น

หลายปีมานี้ ธุรกิจทั้งหลายต่างใช้ Facebook และ Instagram ในการดำเนินธุรกิจควบคู่ไปกับเว็บไซต์และการขายหน้าร้าน ซึ่งเทรนด์การตลาดนี้ยังคงอยู่อีกนานและจะขยายเพิ่มมากขึ้น

ด้วยเหตุนี้ Social Media จึงให้ความสำคัญโดยมีการเพิ่มฟีเจอร์ที่เอื้อต่อการตลาดดิจิทัล และการขาย เช่น Facebook Page มีเทมเพลตให้เลือกตรงตามประเภทธุรกิจต่าง ๆ พร้อมทั้งให้ใส่รายการสินค้าต่าง ๆ เสมือนหน้าร้านออนไลน์ใน Social Media , ฟีเจอร์ Facebook Analytic ที่เป็นเครื่องมือวิเคราะห์ข้อมูล Website Application Facebook Page โดยสามารถดูจำนวนผู้ใช้งาน ตัวเลขต่าง ๆ ที่ปรับแต่งได้ละเอียดมาก ๆ หรือจะเป็นฟีเจอร์ Automated Ads เพียงแค่กำหนดกลุ่มเป้าหมายและ Budget ที่คุณต้องการจะใช้แบบรายวัน จากนั้น Facebook จะ Optimzed Ads ของคุณให้ทำงานได้ดียิ่งขึ้นตามวัตถุประสงค์ที่คุณตั้งไว้

ยิ่งสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัส Covid-19 ที่ฟีเจอร์เหล่านี้มีส่วนช่วยให้การทำงานของคุณนั้นง่ายขึ้น เช่น อยากให้คนเข้าเว็บ อยากให้คนเห็นตัวโฆษณา หรืออยากให้คนซื้อสินค้าของแบรนด์ จากนั้น Facebook จะรายงานสรุปผลให้คุณ เสมือนคุณมีทีม Ads เป็นของตัวเอง

Posted in การตลาด Tagged with:

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

*