เมื่อผู้สูงอายุ…นอนไม่ค่อยหลับ

อาการนอนไม่หลับ เป็นอาการหนึ่งที่มักเกิดขึ้นกับผู้สูงอายุ เนื่องจากสมองทำงานไม่เป็นปกติ ผู้สูงอายุที่มีอายุมากกว่า 65 ปีขึ้นไป ที่อยู่ในชุมชนจะมีปัญหานอนไม่หลับมากกว่าครึ่ง ยิ่งกว่านั้น อาการนอนไม่หลับ อาจเป็นอาการเตือนของโรคอื่นๆ ทางสมอง

การนอนไม่หลับในผู้สูงอายุ มาจาก 2 สาเหตุใหญ่ๆ คือ
การเปลี่ยนแปลงของอายุที่มากขึ้น โดยปกติเมื่อเราอายุเพิ่มขึ้น สมองก็จะมีการเปลี่ยนแปลงไปในทางเสื่อม เช่นเดียวกับอวัยวะอื่นๆ ในร่างกาย ส่งผลกับการนอนของผู้สูงอายุ คือ ระยะเวลาของการนอนตอนกลางคืนจะลดลง ใช้เวลานานขึ้นหลังจากเข้านอนเพื่อที่จะหลับ ช่วงระยะที่หลับแบบตื้น (ตอนที่กำลังเคลิ้ม แต่ยังไม่หลับสนิท) จะยาวขึ้น ขณะที่ช่วงระยะที่หลับสนิทจริงๆ จะลดลง มีการตื่นขึ้นบ่อยๆ กลางดึก อย่างไรก็ตามแม้ผู้สูงอายุจะมีสุขภาพดีทั้งกายและใจสมวัย ก็อาจรู้สึกว่าตัวเองนอนน้อยลง หรือคิดไปว่านอนไม่หลับ แต่มีข้อที่น่าสังเกต คือ ผู้ป่วยกลุ่มนี้แม้จะดูเหมือนว่านอนไม่หลับแต่ช่วงกลางวันมักจะไม่มีอาการง่วงเหงาหาวนอนแต่อย่างใด
มีโรคซ่อนอยู่ ยาบางประเภทโดยเฉพาะยาที่ออกฤทธิ์ในระบบประสาทส่วนกลาง หรือสมอง ทำให้ผู้สูงอายุมีอาการนอนไม่หลับอยู่บ่อยๆ เช่น ใช้ยานอนหลับนานๆ ยารักษาอาการสั่น เคลื่อนไหวช้าใน
โรคพาร์กินสัน หรือบางครั้งอาจเป็นส่วนผสมของยารักษาโรคอื่นที่ไม่เกี่ยวกับโรคทางสมอง
เช่น แอลกอฮอล์ในยาน้ำแก้ไอ หรือ คาเฟอีนที่ผสมอยู่ในยารักษาโรคหวัด เป็นต้น เมื่อผู้สูงอายุหยุดการใช้ยาเหล่านี้ อาการนอนไม่หลับก็จะหายไปเอง ผู้สูงอายุที่มีโรคใดก็ตามที่ทำให้ต้องตื่นขึ้นมาปัสสาวะบ่อยๆ ตอนกลางคืน ก็จะมีผลต่อการนอนด้วย เช่น ผู้เป็นเบาหวาน ซึ่งจะทำให้ปัสสาวะบ่อยครั้งและปริมาณปัสสาวะมาก โรคต่อมลูกหมากโตในผู้สูงอายุชาย โรคไตวายเรื้อรัง หรือแม้แต่การใช้ยาขับปัสสาวะในผู้ที่มีความดันโลหิตสูง หรือภาวะหัวใจวาย ก็ทำให้มีปัสสาวะตอนกลางคืนได้บ่อย ความเจ็บปวดทางกายจะมีผลทางอ้อมต่อการนอนหลับในผู้สูงอายุเสมอ ที่พบบ่อยมักเกิดจากโรคของกระดูกและข้อเสื่อม ทำให้เกิดอาการเจ็บปวดเรื้อรังได้ เช่น ข้อเข่าเสื่อม กระดูกคอเสื่อม เป็นต้น นอกจากนี้ ยังมีอาการเจ็บปวดที่เกิดจากอวัยวะภายในช่องท้อง อาทิ ท้องผูก แน่นท้อง อาหารไม่ย่อย เป็นต้น ผู้สูงอายุที่เริ่มมีสมองเสื่อมในระยะแรกจะมีอาการนอนไม่หลับ ภาวะซึมเศร้าก็เป็นสาเหตุของการนอนยากในผู้สูงอายุ โดยมักจะมีลักษณะที่เข้านอนได้ตามปกติแต่ตื่นขึ้นกลางดึก เช่น ตี 3-4 แล้วไม่สามารถนอนต่อได้อีก จากสาเหตุของการนอนไม่หลับที่กล่าวมาข้างต้น จึงจำเป็นที่ผู้ป่วยต้องได้รับการซักประวัติการเจ็บป่วย ประวัติการนอน และรับการตรวจร่างกายจากแพทย์โดยละเอียด เพื่อหาสาเหตุที่แท้จริงของการนอนไม่หลับในแต่ละราย อ่านเพิ่มเติม

Posted in สุขภาพ Tagged with:

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

*